เดินเก็บตก BOI Fair 2011
| Posted by chatupol | Esarn dot com IT Zone
ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมงาน BOI Fair 2011 เมื่อวันที่ 13 – 14 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์ประสานงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น งานนี้หลายคนให้ความสนใจและเข้าชมแน่นขนัดต่อเนื่องทุกวัน งานจัดขึ้นที่อิมแพ็คเมืองทองธานีทั้งในฮอลล์และนอกฮอลล์ แบ่งส่วนแสดงนิทรรศการภายในและกลางแจ้งอย่างชัดเจน มีบริษัทชั้นนำและองค์กรชั้นนำเข้าร่วมนับ 100 แห่ง ถือเป็นงานมหกรรมการแสดงนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติที่หาชมได้ยาก งานกำหนดจัดระหว่างวันที่ 5 – 20 มกราคม 2555 ภายใต้แนวคิด รวมพลังน้ำใจ “โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ “Going Green for the Future”

“บีโอไอแฟร์ 2011” เป็นมหกรรมแสดงนิทรรศการครั้งที่ 3 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

การจัดงานในครั้งนี้ ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การแสดงนิทรรศการ “บีโอไอแฟร์ 2011” เป็นการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมของบริษัทชั้นนำที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีในการเผยแพร่การดำเนินงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจ และสร้างเครือข่าย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ

การจัดแสดงงานทั้งหมดแบ่งเป็น indoor exhibition เน้นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และส่วนการจัดแสดง outdoor exhibition ใช้พื้นที่รอบๆ ทะเลสาบ โดยมี Pavilion ของบริษัทชั้นนำของประเทศ แต่ละบริษัทฯ ขนเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่อุบเงียบกันมาโชว์กันอย่างคึกคัก แต่ละรายก็จะเน้นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือแนวคิดที่ถนุถนอมธรรมชาติกันมากขึ้น
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเทคโนโลยี่ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ที่อยู่อาศัยที่ปรับให้เหมาะกับภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ จนไปถึงเรื่องของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ยานยนต์ พลังงานรูปแบบต่างๆ นำเสนอผ่านเทคนิคสื่อผสมบ้าง วีดีโอ 3 มิติบ้าง 4 D บ้าง บาง Pavilion ให้ทั้งเสียง ภาพ สัมผัสและละอองน้ำ
ใช้เวลาเข้าชมแต่ละ Pavilion ประมาณ 30 นาทีเห็นจะได้ เวลาที่คณะเราใช้อยู่ราว 20-30 นาที ตามที่คาดจริงๆ แต่ถ้าเห็น Pavilion ไหนคนต่อแถวยาว ก็เลี่ยงไปเดินดู Pavili0n อื่นก่อนจะได้ไม่เสียเวลา นับคร่าวๆ ต้องใช้เวลาเดินไม่ต่ำก่า 2 วัน ให้ครบทุก Zone แบบได้น้ำได้เนื้อ ไม่ต้องรีบร้อน จะได้หยุดพักเป็นระยะ

นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีก็ใช่ย่อย บรรดาบริษัทชั้นนำทุกค่ายที่มีฐานการผลิตในไทย นำสินค้ามาลดราคา ลด แลก แจก แถม และโชว์ความเป็นสุดยอดของตนเองกันอย่างเต็มที่ ที่เด่นที่สุดคือ ทุกบริษัทใช้เทคโนโลยี 3 มิติ แทบทั้งหมด จอควบคุมการสั่งงานเป็นระบบสัมผัสมากขึ้น ซอฟต์แวร์ควบคุมเป็นระบบ Opensource

สุดท้ายขอแนะนำท่านที่ยังไม่ได้ไป ให้ไปตอนเย็นหลังเลิกงาน เพราะงาน Indoor Exhibition จัดถึงวันที่ 13 มกราคม 2555 เท่านั้น เหลือเฉพาะ Outdoor exibition ริมทะเลสาบ ตอนกลางวันอากาศค่อนข้างร้อนและแดดแรง คณะเราเดินทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยความเป็นห่วงสวัสดิภาพของขาและน่อง เตรียมค่าจอดรถ 100 บาท เหมาจ่ายตลอดวันไปด้วยหากนำรถไปเอง จะได้ไม่ต้องจอดรถเดินไกล
คุ้มค่าที่ได้ไป ทำให้รู้ว่าคนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขอขอบคุณภาพจาก คุณเจียมศักดิ์ ทองรุ่ง
เว็บมาสเตอร์อีสานดอทคอม







